Skip to content

ธนาคารพาณิชย์แหล่งเงินทุนที่สำคัญของผู้เริ่มต้นทำธุรกิจ

การทำธุรกิจต้องอาศัยเงินลงทุนที่มาก ทำให้ผู้ต้องการประกอบธุรกิจไม่สามารถเริ่มลงทุนได้ ทำให้ต้องเก็บความคิดที่จะเริ่มทำธุรกิจไว้แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจหลายรูปแบบใช้เงินลงทุนในการตั้งกิจการไม่มากเลย จุดเริ่มต้นในการสร้างธุรกิจมาจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีและตรงความต้องการของลูกค้า มีแนวทางการบริหารและการตลาดที่แข็งแรง หลังจากมีแนวทางธุรกิจที่แข็งแรงแล้วจึงออกไปหาเงินทุนเพิ่มเพื่อต่อยอดธุรกิจ

เมื่อเริ่มมีแผนการตลาดแล้ว จึงค่อยหาทุนเพื่อการขยายกิจการและเร่งการผลิตเพื่อให้ทันกับคู่แข่ง แต่ด้วยธุรกิจที่ยังไม่เติบโตมาก จึงเป็นเรื่องที่ยากในการหาทุนจากการยื่นเสนอขายหุ้นในตลาด อย่างไรก็ตามยังมีแหล่งเงินทุนอีกมากมายที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เป็นจริง

ธนาคารเอกชนเป็นแหล่งที่ปรึกษาเงินทุนอันดับแรกๆของผู้ที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง เนื่องจากมีโปรโมชั่นออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ในการดำเนินการขอเงินทุนจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะธนาคารต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของธุรกิจก่อนจึงจะอนุมัติ โดยส่วนใหญ่ธนาคารจะมองจากประสบการณ์ของผู้กู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อเป็นหลักประกันว่าธุรกิจจะเป็นไปได้ในระดับหนึ่ง ในบางธนาคารผู้ประกอบการจะต้องเสนอแผนธุรกิจที่ชัดเจน จุดมุ่งหมายของการขอสินเชื่อจากธนาคารคือช่วยให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมีความคล่องตัวนั่นเอง โดยธนาคารเหล่านี้จะได้กำไรจากการเก็บดอกเบี้ยจากผู้ขอสินเชื่อเป็นงวดๆ

เมื่อตัดสินใจกู้เงินจากธนาคารแล้ว เราต้องศึกษาให้ละเอียดว่าธนาคารต้องการให้นำเสนออะไรบ้าง เช่น คนค้ำประกัน รูปแบบอาคาร แผนธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งการเตรียมการให้พร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคาร นอกจากนี้ธนาคารยังช่วยสนับสนุนช่วงการทำธุรกิจมากขึ้น โดยธนาคารเริ่มมีส่วนในการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการมากขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นองค์กรให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ช่วยประคองให้กิจการมีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งช่วยจัดหาเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ ในบางครั้งธนาคารยังจัดกิจกรรมให้แก่ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมหรือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน แลกเปลี่ยนมุมมองธุรกิจของเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าของธนาคารหรือไม่

การมองหาตัวช่วยสำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้สินของธุรกิจ

สถาบันด้านการเงินและการธนาคารต่างๆได้พยายามใช้ทรัพยากรด้านบุคลากรที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ การพัฒนาทรัพยากรบุคคลโดยใช้เทคโนโลยีด้านอินเทอร์เน็ตมาช่วยนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับสถาบันด้านการเงินและการธนาคารในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีเลิร์นนิ่ง หรือข้อมูลทางด้านบุคคลแบบออนไลน์ ตลอดจนกระบวนการดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลที่เป็นไปแบบอัตโนมัติ และออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากการทำธุรกิจแบบเดิม มาเน้นบทบาททางด้านการให้การปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการธนาคารแก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น

สถาบันการเงินนับเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อให้กู้ยืม

เพื่อดำเนินกิจกรรมทางด้านธุรกรรม เป็นแหล่งสำคัญในการระดมเงินออมจากเอกชนและรัฐบาล และนำเงินทุนเหล่านั้นไปให้ธุรกิจเอกชนและรัฐบาลกู้ยืมไปลงทุน นอกจากนี้แล้วสถาบันการเงินยังช่วยให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม การสร้างทำลายเงิน การควบคุมปริมาณเงิน และการรักษาค่าของเงิน ซึ่งสถาบันการเงินมักจะให้ความสนใจต่อสถานะทางบัญชีของธุรกิจและระดับของการกู้ยืมเงินเป็นลำดับแรก เมื่อไรก็ตามที่สิ่งเหล่านี้ได้มีการทบทวนเรียบร้อยแล้ว สถาบันการเงินถึงจะเริ่มต้นพูดคุยกับธุรกิจในการวางแผนร่วมกัน

ผู้ให้คำปรึกษาด้านปัญหาทางการเงินจากองค์กรที่คิดค่าบริการบางแห่งอาจให้คำมั่นสัญญาว่าจะต่อรองหนี้สินจนกระทั่งธุรกิจสามารถพอที่จะชำระคืนเป็นรายเดือนได้ในที่สุด ซึ่งบางครั้งละเลยประเด็นในเรื่องของระยะเวลาการชำระเงินที่อาจต้องใช้ระยะเวลานาน และอาจต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราสูงขึ้นด้วยได้ วิธีการนี้เป็นทางออกหนึ่งของการที่ธุรกิจจะไม่ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน เพราะก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการที่ช่วยประหยัดต้นทุนบางส่วนจากการที่ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย เจ้าหนี้เองก็จะสามารถได้รับมูลค่าหนี้สินคืนมามากกว่าที่เป็นอยู่ตามกระบวนการล้มละลายโดยทั่วไป การแก้ไขปัญหาหนี้สินธุรกิจบางรายโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคงไม่สามารถดำเนินการได้เอง จำเป็นที่ธุรกิจจะต้องหาตัวช่วยในการดำเนินการ

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ

•  ธนาคารโลก
•  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ
•  บริษัทการเงินระหว่างประเทศ
•  สมาคมเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ
•  ธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ

ปัญหาการเงินทางเศรษฐกิจสินค้าและบริการของประเทศ

1

ระบบการเงินทั้งในส่วนของแบงก์ ตลาดเงิน ตลาดทุน และธุรกิจประกัน เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ที่พูดเช่นนี้เพราะว่า ภาคการเงินไม่เพียงแต่เป็นแหล่งสำคัญในการจ้างงาน ที่ให้ผลตอบแทนสูงกับประเทศเท่านั้น แต่ภาคดังกล่าวยังมีบทบาทสำคัญ เป็นตัวช่วย ที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับประเทศ โดยลดต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ เพิ่มเครื่องมือที่จะใช้บริหารความเสี่ยง และเป็นช่องทางจัดสรรเงินออมที่มีอยู่จำกัดในประเทศ และเงินที่ไหลเข้ามาจากต่างประเทศให้ไปยังภาคเศรษฐกิจที่เหมาะสม ที่จะเป็นอนาคตของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมประเทศต่างๆ จึงพยายามอย่างยิ่งที่จะพัฒนาภาคการเงินของตนให้มีประสิทธิภาพ มีความสมดุล มีเสถียรภาพ และพยายามแย่งชิงกัน ที่จะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาคของตน ดังเช่นกรณีของสิงคโปร์ ฮ่องกง อังกฤษ ญี่ปุ่น เยอรมัน เป็นต้น

สำหรับไทย แม้เราจะพยายามพัฒนาระบบการเงินของประเทศอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่เมื่อไปเทียบกับหลายๆ ประเทศแล้วยังพบว่า ระบบการเงินไทยยังอยู่ในระยะเบื้องต้น ที่ระบบและเครื่องมือต่างๆ ยังต้องพัฒนาอีกมาก อีกทั้งบางภาคส่วน เช่น ตลาดทุนไทยก็กำลังสูญเสียความน่าสนใจเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ปัญหาของระบบการเงินไทยไม่ใช่การจะเป็นศูนย์กลางทางการเงินแข่งกับประเทศอื่นๆ (เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว ในแต่ละภูมิภาคคงมีศูนย์กลางทางการเงินได้ไม่กี่แห่ง ถ้ามัวแต่ไปมุ่งหวังตรงนั้น ก็จะกลายเป็นการเพ้อฝันไป) ประเด็นจริงๆ อยู่ที่ว่า เราจะพัฒนาให้ระบบการเงินไทยสามารถให้บริการแก่ประชาชนอย่างดียิ่งได้อย่างไร ซึ่งมีอยู่ 3-4 ด้านที่เราต้องเร่งรีบแก้ไข คือ ต้นทุนด้านการเงินที่ยังอยู่ในระดับที่สูง เห็นได้จากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับที่สูง ตลาดทุนเองก็ยังลึกไม่เพียงพอ ทำให้ต้นทุนในการระดมเงินของภาคเอกชน และต้นทุนการซื้อขายตราสารต่างๆ ยังอยู่ในระดับที่สูงเช่นกัน ความไม่ครบถ้วนของเครื่องมือที่จะใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านการเงิน ในส่วนนี้ เห็นได้ชัดว่าเครื่องมือต่างๆที่ภาคเอกชนและภาคครัวเรือน จะใช้ในการบริหารความเสี่ยงด้านดอกเบี้ย ค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ สุขภาพ การเกษียณอายุ และการประกันภัยต่างๆ แม้จะพอมีบ้าง ก็ยังขาดอีกมาก อีกทั้งทางเลือกในการลงทุนก็มีอยู่จำกัด การเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ผู้ที่ใช้บริการทางการเงินในระดับล่าง ในต่างจังหวัดและในชนบท รวมถึงวิสาหกิจขนาดเล็ก ยังไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการทางการเงิน ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเรื่องของรายได้ที่คนในชนบทมีรายได้ไม่มากนัก จากการขาดความรู้ทางการเงิน จากการขาดสินทรัพย์ค้ำประกัน และบัญชีที่น่าเชื่อถือ ทำให้บริการทางการเงินส่วนมากอยู่เฉพาะคนที่อยู่ในกรุงเทพ หัวเมืองใหญ่ และบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

บริการด้านแหล่งเงินทุนที่ควรรู้

การเริ่มต้นทำธุรกิจเงินทุนถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็จำเป็นต้องใช้ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ สำหรับนักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีฐานะร่ำรวยอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหา แต่สำหรับอีกหลายคนที่ไม่เป็นเช่นนั้นก็จำต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อกู้ยืม ทั้งนี้จะแนะนำแหล่งเงินทุนต่างๆให้ได้รู้จัก

1.ครอบครัว ญาติพี่น้องและเพื่อน ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีที่สุด เพราะด้วยความคุ้นเคยและเชื่อใจกัน ทำให้ไม่ต้องวิ่งวุ่นหาหลักประกันหรือคนค้ำสัญญาให้วุ่นวาย ระยะเวลาดำเนินการก็สั้นอัตราดอกเบี้ยที่ต้องเสียก็อาจจะน้อยกว่าการกู้จากแหล่งอื่นๆ ทั้งยังสามารถขอยืดระยะเวลาปลอดหนี้ไปได้นานกว่าเมื่อเทียบกับการกู้เงินลงทุนจากที่อื่น

2.เครดิตการ์ด มีประโยชน์มากโดยเฉพาะในเรื่องการจัดการกระแสเงินสดในระหว่างการทำธุรกิจ เช่น ถ้าสั่งซื้อสินค้ามาเพื่อจำหน่ายแล้วใช้บัตรเครดิตในการชำระเงินก็จะสามารถยืดระยะเวลาชำระเงินไปได้อีก ถ้าวงเงินที่ต้องชำระไม่พอ ก็อาจจะใช้วิธีเปิดบัตรเครดิตมากกว่าหนึ่งใบก็ได้

3.สถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคาร เป็นแหล่งเงินกู้ที่นักธุรกิจรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะให้วงเงินในการกู้ยืมที่ค่อนข้างสูงอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมกว่าแหล่งอื่นๆ แต่ละธนาคารต่างก็สนใจระบายเงินฝากที่มีมากโดยออกมาในรูปแบบสินเชื่อต่างๆ ที่กำลังมีบทบาทมากในวงการธุรกิจ อย่างเช่น สินเชื่อ SMEs

4.ลิสซิ่ง มีประโยชน์มากในกรณีที่ต้องการอุปกรณ์ทางธุรกิจต่างๆ เช่น เทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างคอมพิวเตอร์ เพื่อมาใช้สอยในการประกอบการ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินส่วนที่จะเอาไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อมาซื้อ

5.เงินกู้นอกระบบ การพิจารณาจะรวดเร็วและสะดวกกว่าการกู้ยืมเงินจากสถาบันทางการเงิน แต่ข้อเสียจะเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก ดังนั้นจึงควรพิจารณาทางเลือกนี้เป็นทางเลือกสุดท้ายในการหาแหล่งเงินทุน

ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจว่าจะไปหาเงินทุนจากแหล่งเงินทุนไหนควรจะคิดให้รอบคอบ เพราะแต่ละแห่งก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันซึ่งควรจะเตรียมตัวให้พร้อมโดยปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและจัดทำแผนธุรกิจที่น่าเชื่อถือ

ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อมีที่ปรึกษาทางการเงิน

indexโลกขององค์กรธุรกิจในทุกวันนี้มีความท้าทายและเต็มไปด้วยความซับซ้อน ธุรกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจนไม่น่าเชื่อ ผลจากเหตุการณ์ภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมจากการจัดการของบริษัทในทุกๆ ด้าน สถานการณ์เรื่องภาษีมีความซับซ้อนมากขึ้น ความล้มเหลวของบริษัทชั้นนำอันเนื่องมาจาก การบริหารงานที่ผิดพลาดหรือเรื่องอื้อฉาว ได้ลดความเชื่อมั่นของนักลงทุน เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงบีบให้เราต้องหาวิธีในการหาแหล่งทุนหนทางใหม่ จึงต้องมีที่ปรึกษาทางการเงิน เพราะว่าที่ปรึกษาด้านการเงินจะให้ความช่วยเหลือคุณตั้งแต่เริ่มต้นโครงการหรือกระบวนการผลิตใหม่ เรามีวิธีการที่เป็นนวัตกรรมทางการเงินเพื่อสนองความต้องการของคุณ โดยการแก้ปัญหาและการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้วยเกณฑ์ระดับสูง เราทราบว่าลูกค้าแต่ละรายนั้นแตกต่างกัน เราจึงมีบริการแก้ปัญหาที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

ที่ปรึกษาทางการเงินบริการธุรกิจที่ปรึกษา ประกอบด้วย
1. งานที่ปรึกษาเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน / ไม่ลงทุน
งานที่ปรึกษาในขั้นของการริเริ่มโครงการ งานที่ปรึกษาประเภทนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการนำทฤษฎีที่ใช้วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการในอนาคต มาใช้ควบคู่กับข้อมูลทางธุรกิจ ทฤษฎีกลุ่มนี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ธุรกิจในด้านของการทำกำไร และการประมาณการกระแสเงินสดเพื่อพิจารณาสภาพคล่องของกิจการ ได้แก่
- การจัดทำประมาณการกระแสเงินสด
- การหาความคุ้มค่าของการลงทุน
- การจัดทำประมาณการงบการเงิน
- การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

2. งานที่ปรึกษาสำหรับการขอสินเชื่อ
เนื่องจากปัจจุบันการพิจารณาให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน ได้เปลี่ยนรูปแบบจากการพิจารณา หลักประกันเป็นสำคัญ มาเป็นการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้โดยดูจากตัวเลขทางบัญชี และประมาณการกระแสเงินสด ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ไม่เคยจัดทำบัญชี ตามมาตรฐานจึงมีปัญหาอย่างมากในการเตรียมข้อมูล ในขณะที่สถาบันการเงินเองก็ไม่มีบุคลากร ในการจัดทำข้อมูลให้ลูกค้าและอาจไม่ได้รับขอมูลที่ถูกต้อง ที่ปรึกษาทางการเงินจึงมีบทบาทอย่างมากใน ธุรกรรมประเภทนี้

งานที่ที่ปรึกษาทางการเงินจะต้องทำประกอบด้วย การพิจารณาข้อมูลในอดีตด้วยการวิเคราะห์งบการเงิน เพื่อพิจารณาข้อผิดพลาดในการบริหารงาน และปรับอัตราส่วนทางการเงินให้อยู่ในระดับมาตรฐาน ที่สถาบันการเงินจะยอมรับได้ เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสในการกู้เงิน นอกจากนี้ต้องพิจารณาประมาณ การกระแสเงินสดของโครงการว่ามีเงินเหลือเพียงพอต่อการชำระหนี้คืนหรือไม่ ด้วยการจัดทำ ประมาณการกระแสเงินสด

3. งานที่ปรึกษาสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้
เป็นงานที่มีบทบาทอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังคงมีบทบาทต่อไปในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าจนกว่าปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะหมดไปจากสถาบันการเงิน หรือบรรษัทบริหาร สินทรัพย์ที่จะตั้งขึ้นมารองรับหนี้ดังกล่าว
งานหลักของที่ปรึกษาการเงินประเภทนี้คือ การทำความเข้าใจกฎระเบียบ สิทธิประโยชน์และข้อจำกัดของทั้งสถาบันการเงินและลูกหนี้ การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกหนี้และการจัดทำประมาณการกระแสเงินสด พร้อมทั้งจัดรูปแบบและเงื่อนไขของสินเชื่อใหม่ เพื่อให้การชำระคืนมีความเป็นไปได้ตาม Cash Flow Projection

4. งานที่ปรึกษาเพื่อกำหนดมูลค่ากิจการ
ในอดีตการระดมทุนผ่านตลาดทุน จำกัดเฉพาะกิจการขนาดใหญ่ แต่ในปัจจุบันอุตสาหกรรมขนาดกลาง และขนาดย่อมได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพิ่มขึ้น จะเห็นได้จากการเร่งจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ใหม่ หรือ Market for Alternative Investment (MAI) โดยหวังว่าตลาดทุนในประเทศไทย จะได้รับความสนใจ จากผู้ลงทุนชาวไทยและชาวต่างประเทศมากขึ้น ธุรกิจที่ปรึกษาเพื่อกำหนดมูลค่ากิจการ
หรือกำหนดราคาหุ้นจึงน่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต

5. งานที่ปรึกษาทางการเงินรายเดือน
เป็นการให้บริการแก่ลูกค้าสำหรับระยะเวลาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่งานที่ทำให้ลูกค้า จะเกี่ยวข้องกับ
- งานการบริหารการเงิน
- งานวางระบบทางบัญชีและภาษี อากร
- งานบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน